หลวงปู่เอี่ยมช่วยคนดวงตกให้เป็นเศรษฐี

11056568_788891547899393_3276255025901449444_n

12188943_788105047978043_7363992929338295216_n

หลวงปู่เอี่ยมช่วยคนดวงตกให้เป็นเศรษฐี
เมื่อสองปีก่อน มีศิษย์ที่มาเรียนวิชา มีเหตุจำเป็นต้องไปอยู่ทางใต้ เมื่ออ.กฤษณะตรวจดูดวงแล้วก็เกิดกังวลใจ ทั้งศิษย์และภรรยาดวงตกทั้งคู่ และทั้งคู่จะไปอยู่ใต้ โดยไม่มีจุดหมายว่าจะไปทำอะไร วันที่ศิษย์จะเดินทางลงใต้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเลย แต่ตอนเช้าตื่นขึ้นมา ศิษย์ผู้นั้นถูกครูกดจนร้อนไปหมด เหมือนถูกบังคับให้มาหาอาจารย์
เมื่อมาถึงบ้านอาจารย์ อ.กฤษณะตรวจแล้วก็ทราบว่าหลวงปู่เอี่ยมบังคับให้มา ถ้าไม่มาลงไปแบบนั้นเสร็จแน่ อ.กฤษณะจึงทำพิธีเสริมดวง โดยใช้บารมีหลวงปู่เอี่ยม เสริมดวงให้ทั้งคู่ เมื่อทั้งคู่ลงไปอยู่ใต้แล้ว จู่ๆก็มีบริษัทฝรั่งมาติดต่อแฟนให้ไปทำงาน ยื่นข้อเสนอเงินเดือนให้แปดหมื่น ทั้งที่แฟนศิษย์จบแค่ปริญญาตรี แต่เขายื่นเงินเดือนให้เท่ากับปริญญาเอก


ต่อมาอีกไม่กี่เดิอน มีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ภูเก็ต อยากจะเปิดบริษัทที่กระบี่ จึงมาชวนพี่ชายแฟนศิษย์ ให้มาหุ้นกัน แต่อยู่่ๆพี่ชายแฟนกลับไม่เอา ส้มเลยมาหล่นที่ลูกศิษย์อ.กฤษณะ ปัจจุบันบริษัทขยายเจริญเติบโต
แม้แต่คนดวงตก ขอแค่เป็นลูกศิษย์หลวงปู่เอี่ยมแล้วไม่ต้องกลัว ถ้าท่านช่วยเหลือได้ ท่านไม่นิ่งดูดายแน่นอน

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

 

ตำนานตะกรุดท้าวอู่ทอง

12573014_825864760868738_4151100107654027207_n

ตำนานตะกรุดท้าวอู่ทอง
มีคนโพสต์มาเยอะ ว่าอยากให้กฤษณะทำตะกรุดโชคลาภ อาจารย์ก็เลยไปลองค้นตำราดู มีอยู่หลายยันต์แต่ยังไม่ถูกใจเสียที จนมาพบยันต์ท้าวอู่ทอง ในตำราวัดสะพานสูง ว่าอานุภาพยันต์นี้ ถ้านำไปไว้ที่เก็บเงินจะมีไม่รู้สิ้น
ว่ากันว่า ที่พระเจ้าอู่ทอง สร้างกรุงศรีอยุธยาได้ ก็ด้วยพระยันต์นี้ ก่อนสร้างกรุงศรีฯ ท่านเป็นแค่เจ้าเมืองเล็ก แม้นักประวัติศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า พระเจ้าอู่ทองเคยอยู่ที่ใดมาก่อน แต่สามารถมาสร้างเมืองใหญ่โตได้ คงต้องอาศัยบุญบารมีและเครื่องรางที่มีอานุภาพทางโชคลาภสูงๆ
ปีนี้เศรฐกิจเป็นอย่างไรทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว อ.กฤษณะจึงว่าจะทำตะกรุดท้าวอู่ทอง ออกมาเพื่อเสริมโชคลาภ แก่ผู้ที่บูชา น่าจะเสร็จก่อนวันไหว้ครู จะนำเข้าพิธีบวงสรวงวันไหว้ครู เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของตะกรุดทุกคน
ปล.ขอขอบคุณเจ้าของภาพด้วยครับ

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

ตำนานตะกรุดไม้ครู หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก

ตำนานตะกรุดไม้ครู หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก
ในบรรดาเกจิอาจารย์นครปฐม ที่ทำตะกรุดด้วยไม้รวก มีเพียงสองสำนักเท่านั้น ที่ขึ้นชื่อลือชานัก คือ หลวงปู่จ้อย วัดบางช้างเหนือ กับ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก ยิ่งรายหลังนี้ เป็นที่รู้กันว่าดุและเฮี้ยนที่สุด หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ที่ไม่เคยกลัวใคร แต่เจอหลวงพ่อทานี่หงอเลย
วิธีทำตะกรุดไม้ครู
ด้านในเป็นไม้ไผ่(ไม้รวก) แล้วบรรจุใบลานลงพระยันต์อยู่ข้างในหลวงพ่อทาจะเขียนพระยันต์ลงใบลานด้วยตัว ท่านเองยันต์ส่วนใหญ่ที่เขียนจะเน้นไปทางมหาอุตถ์โดยตรง แล้วจากนั้นหัวท้ายอุดด้วยรังหมาร่า
ยันต์ที่ลงในใบลาน


เเถว 1………พุทธังปิด พระเจ้าเเผลงฤทธิ์ ปิดตัป พระธัมมัง สังฆังปิด พระเจ้าเเผลงฤทธิ์ ปิดตัป พระสังฆัง พุทธังปิดปิด ถัจปิด โปปิด โสงปะตู ปิดตัป พระพุทธัง ธัมมัง


เเถว 2………ปิดปิด ถัจปิด โปปิด โสงปะตูปิดตัป พระธัมมัง สังฆัง ปิดปิด ถัจปิด โปปิด โสงปะตู ปิดตัป พระสังฆัง พุทธังปิดปิด ถัจปิด โปปิด โสงปะตู ปิดตัป พระอะระหัง ธัมมัง ปิดปิดตัป พระอะระหัง สังฆังปิด


เเถว 3………ปิดตัป พระอะระหัง พุทธัง ปุกะรู ธัมมัง จะกะรู สังฆัง จะกะรู พุทธังอุดรู ธัมมังอุดรู สังฆังอุดรู ปิตตุ ปิตตัง ทะสุทะตะ อุดธัง อัดโธ โธอุด ธังอัด โธอุด ธังอัด


เป็นคาถา ที่เน้นทางมหาอุดคงกระพันเป็นหลัก
===> การทดสอบวิทยาคม และพลังจิตจากพระอาจารย์ทั่วประเทศในปี พ.ศ.2452
หลวงพ่อทา เป็น 1 ใน 10 คณาจารย์ผู้มีพลังจิตสูงในปี พ.ศ.2452 ที่จังหวัดนครปฐมได้มีการชุมนุมพระอาจารย์จากสำนักต่างๆ ทั่วประเทศไทย มีการทดสอบวิทยาคม และพลังจิตจากพระอาจารย์ทั่วประเทศที่ได้รับนิมนต์มาร่วมในพิธี 100กว่าองค์ ซึ่งแต่ละจังหวัดได้จัดให้พระอาจารย์ที่โด่งดัง และเก่งเรื่องสมาธิจิตในจังหวัดตนเองนั้นเดินทางไปร่วมในงานพิธี โดยมีการทดสอบพระอาจารย์ต่างๆ ครั้งละ 1๐ องค์ มีสมเด็จพระสังฆราช (เข) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ที่บริเวณ วัดพระปฐมเจดีย์ ในการทดสอบครั้งนั้นมีกติกาว่าให้เอาท่อนไม้มา 1 ท่อน วางบนม้า 2 ตัว แล้วเอากบไสไม้วางไว้บนท่อนไม้ แล้วประธานฝ่ายสงฆ์จึงบอกกติกาว่า อาจารย์องค์ใดสามารถทำกบไสไม้ให้วิ่งไสไม้ไปกลับได้โดยกบไม่หล่นทำการทดสอบ กันถึง 3 วัน 3 คืน พระอาจารย์ส่วนมากสามารถใช้จิตบังคับให้กบวิ่งไปได้ แต่กลับไม่ได้ ที่ทำให้กบไสไม้ไปกลับได้ มีด้วยกัน 10 รูป ในสิบรูปนั้นมีหลวงพ่อกลั่นเป็น 1 ใน 10 นั้นด้วย และในพระคณาจารย์ที่มีจิตญาณวิเศษสูงส่งทั้ง 10 ท่านที่กล่าวถึงคือ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย หลวงพ่อทอง วัดเขากบ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ หลวงพ่อจร วัดดอนรวบ

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

บรรยากาศตอนหลวงพ่อปานพบครูผึ้ง

บรรยากาศตอนหลวงพ่อปานพบครูผึ้ง
หลวงพ่อปาน ท่านดั้นด้นไปหาครูผึ้ง ถึงนครศรีธรรมราช เพื่อไปเรียนพระคาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์ เพื่อมาสั่งสอนให้คนมีเงินมีโชคลาภ นับว่าท่านเล็งการไกลมาก เพราะในสมัยนั้นการดำรงชีพ ยังหากินง่าย เช่นคนเป็นชาวนา จะทำงานแค่ปีหนึ่งสี่ห้าเดือน หลังจากนั้นจะพัก แต่ก็ยังพอเลี้ยงชีพได้ ครูบาอาจารย์ทั่วไปจึงไม่ค่อยได้ฝึกวิชาโชคลาภ ตอนที่หลวงพ่อปานไปพบครูผึ้ง มีการกล่าวถึงเรื่องพลังจิตของทั้งสองท่าน ที่ท่านเอ่ยกัน ทำให้หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ถึงกับอึ้ง
หลวงพ่อปาน (พระครูวิหารกิจจานุการ) วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เรียนมาจากครูผึ้ง จังหวัดนครศรีธรรมราช (ท่านทำทานให้ขอทานครั้งละ ๑ บาท ซึ่งสมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวข้าวแกงจานละห้าสตางค์เอง) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ หลวงพ่อปาน หร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย ทิศเหนือได้ไปถึงเชียงตุงของพม่า ทิศตะวันออกไปสุดภาคอีสาน และได้ขออนุญาตข้ามเขตไปในอินโดจีนของฝรั่งเศส ถึงประเทศญวน ทิศใต้ได้ไปถึงปีนังของอังกฤษ พบท่านครูผึ้ง เมื่อไปถึงนครศรีธรรมราช ในเย็นวันที่ได้ไปถึงนั่นเองขณะที่หลวงพ่อเข้าห้องจำวัดพักผ่อน โดยมีพระภิกษุอุปัฏฐากกับทายกคอยเฝ้าอยู่หน้าห้องพักนั้น ประมาณเวลา ๑๗.๐๐ น. ได้มีผู้มีอายุท่านหนึ่ง รูปร่างเพรียว ท่าทางสง่า ผิวขาว นุ่งห่มผ้าม่วงสีน้ำเงิน สวมเสื้อนอกราชประแตนกระดุมห้าเม็ด ถุงเท้าขาว รองเท้าคัชชูสีดำ สวมหมวกสักหลาด ถือไม้เท้าเลี่ยมทอง ได้มาหาพระอุปัฏฐาก ถามว่า “หลวงพ่อตื่นแล้วหรือยัง” ก็พอดีได้ยินเสียงหลวงพ่อพูดออกมาจากห้องว่า “ไม่หลับหรอก แหมนอนคอยอยู่ คิดว่าผิดนัดเสียแล้ว” แล้วหลวงพ่อก็เดินออกมาจากห้องพัก เมื่อนั่งลงแว ผู้เฒ่าผู้มาหาพูดว่า “ผมไม่ผิดนัดหรอกครับ เห็นว่าท่านเพิ่งมาใหม่ๆ กำลังเหนื่อย และมีคนมาคอยต้อนรับกันมาก ก็เลยรอเวลาไว้ก่อน ตอนเย็นนี้คิดว่าว่างจึงเข้ามาหา” ขณะที่ท่านเห็นท่านทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น สร้างความสงสัยให้แก่คณะที่ได้ไปด้วยกันเป็นอันมาก เพราะไม่เคยเห็นว่าคนทั้งสองพบหน้ากันที่ไหนเลย ทำไมจึงพูดกันถึงเรื่องนัดหมาย ขณะที่คณะเกิดสงสัยนั่นเองหลวงพ่อได้พูดว่า “พวกเราสงสัยหรือ? ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกต่อไป โยมผู้เฒ่านี้ได้ทางใน ฉันพบกับโยมตั้งแต่เดินทางมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และได้นัดหมายกันไว้ว่าจะมาพบกันที่นี่ ต่อไปนี้พวกเราจะพ้นความยากจนแล้ว เพราะโยมผู้นี้มีของดี แล้วหลวงพ่อก็พูดกับพ่อเฒ่านั้นว่า “โยมมีของดี ก็เอาของดีออกมาอวดพวกนี้หน่อยสิ หรือมีอะไรขัดข้อง?”

ท่านผู้เฒ่าได้บอกว่า ท่านชื่อผึ้ง อายุ ๙๙ ปี ท่านครูผึ้งเล่าประวัติพระคาถา มองดูแล้วคนในคณะที่ไปกับหลวงพ่อ อายุ ๕๐ ปีเศษ เหมือนจะแก่กว่าท่านหรือเท่าๆกับท่าน เมื่ออายุท่านได้ประมาณ ๔๐ ปี ได้มีพระธุดงค์เดินทางมารูปเดียว ท่านเห็นพระรูปนั้นแล้วรู้สึกเลื่อมใสมาก จึงได้นิมนต์ให้พักอยู่เพื่อบำเพ็ญกุศล ๔ วัน ได้ปฏิบัติท่านอย่างดีเท่าที่จะทำได้ ได้เรียนกรรมฐานจากท่าน ท่านได้สอนให้เป็นอย่างดี เมื่อจะกลับท่านพูดว่า “โยม ฉันจะลากลับ ต่อไปจะไม่ได้มีโอกาสผ่านมาอีก หากโยมอยากพบอาตมา ก็ขอให้จุดธูปอาราธนาพระ แล้วอาตมาจะมาพบทางใน” แล้วท่านก็ได้มอบพระคาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์บทนี้ให้ พร้อมทั้งอธิบายวิธีปฏิบัติ ท่านว่าทำเพียงเท่านี้พอเลี้ยงตัวรอด เงินทองของใช้ไม่ขาดมือ ถ้าปฏิบัติเป็นกรรมฐาน ทำให้ถึงฌานแล้วจะร่ำรวยเป็นเศรษฐี โยมเอาพระคาถาบทนี้ภาวนาเป็นกรรมฐานเถิดนะ ไม่เกิน ๒ ปี โยมจะรวยใหญ่ เงินทองจะหลั่งไหลมาเอง พระคาถาบทนี้ของพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ตระกูลอาตมาได้รำเรียนสืบต่อกันมาทุกคน ไม่มีใครจน อย่างต่ำสุดก็พอเลี้ยงตัวรอด ให้หลวงพ่อปานเรียนพระคาถา เมื่อพูดจบได้มอบพระคาถาให้หลวงพ่อเรียนแล้วบอกว่า ได้โปรดอย่าปิดบังพระคาถาบทนี้เลย ขอได้กรุณาแจกเป็นธรรมทานด้วย แล้วหลวงพ่อก็หลับตาเข้าสมาธิ ท่านครูผึ้งก็หลับตาเข้าสมาธิ ต่างคนต่างหลับตา ประมาณ ๕ นาที ก็ลืมตาขึ้นพร้อมกัน ต่างคนต่างยิ้ม เสียงท่านครูผึ้งพูดว่า “ผมดีใจด้วยที่ต่อไปเบื้องหน้าท่านจะได้ศิษย์คู่ใจ” หลวงพ่อก็หัวเราะ ตอบคำถามหลวงพ่อ หลวงพ่อถามว่า “ท่านอาจารย์ทำนานนักไหมจึงจะรู้ผล” อาจารย์ตอบว่า “ไม่นานครับ ประมาณตอนแรก ผ่านไปเริ่มรู้ผล ผลระยะแรกให้ผลในทางกินก่อน เช่นหุงข้าวตามธรรมดาคนกินในบ้านก็กินเท่าเดิม เพิ่มการใส่บาตร แต่ข้าวเหลือ ผมเคยได้ถามว่า คนหุงทำไมหุงมากนัก เขาบอกว่าหุงเท่าเดิม ผมจึงสั่งให้ลดจนเหลือครึ่งจำนวนพอดี” เงินเริ่มเพิ่ม “เมื่ออาหารเริ่มลดความหมดเปลือง รายได้ก็เพิ่มขึ้นในระยะ ๑ ปีที่ผ่านไป เรื่องการเงินเริ่มไหวตัว เงินในที่เก็บเริ่มเกินบัญชี เงินจากร้านค้านับมาว่าพอดี

พอรุ่งขึ้นมาตรวจเงิน มากกว่าจำนวนทุกที ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทำอะไรเป็นเงินเป็นทองไปหมด เดี๋ยวนี้ผมทำอะไรไม่ไหว แต่ผมก็มีรายได้ทุกวัน ใครไป ใครมา ขากลับคนนี้ให้บ้าง คนนั้นให้บ้าง คิดเฉลี่ยผมมีรายได้วันละประมาณเกือบร้อยบาท พระคาถาบทนี้ศักดิ์สิทธิ์มากครับ” ทำเป็นกรรมฐาน หลวงพ่อได้ถามว่า “ท่านอาจารย์ทำอย่างไร” อาจารย์ตอบว่า “ผมทำเป็นกรรมฐานเลยครับ ทำจนสว่าง หลับตาลงแล้วเกิดความสว่างขึ้น ได้เห็นพระพุทธรูปบ้าง พระสงฆ์บ้าง มีอยู่องค์หนึ่งครับจีวรสวยมาก ไม่เหมือนจีวรพระธรรมดา แล้วเริ่มเห็นเงิน คราวแรกๆเป็นจำนวนน้อยๆ ต่อมาก็เห็นเป็นจำนวนมากตามลำดับ จนถึงกองใหญ่ ทำอะไรนิดทำอะไรหน่อยก็ดีไปหมด คนอื่นเขาทำขาดทุน ผมลองไปบ้างก็มีกำไรดีเสียด้วย” ของเพิ่ม “มีเองแปลกอีกครับ นอกจากเงินเพิ่มแล้วของก็เพิ่มด้วย ข้าวของที่มีอยู่หรือหามาใหม่ มีบัญชีจดไว้ครบถ้วน ครั้นไปตรวจคราวใดของเกินบัญชีทุกที” เคล็ดลับ หลวงพ่อถามว่า “มีเคล็ดลับอะไรบ้างในการนำของเข้าออก และการเก็บเงินใช้เงิน” อาจารย์ตอบว่า “มีครับ แหมผมเกือบลืมบอก ดีแล้วครับ ถามดีมาก เรื่องนำข้าวของไม่ว่าเป็นอะไร จะเป็นของกินของใช้ ของขายก็ดี ผมทำน้ำมนต์ด้วยพระคาถาบทนี้ เมื่อนำข้าวของเข้าบ้าน ผมเอาใบพลู ๓ ใบ จุ่มน้ำมนต์พรมของนั้น ๓ หน พรม ๑ หน ว่าพระคาถาหนึ่งบท” การนำเงินเข้าเก็บและการนำออกใช้ “เมื่อนำเงินเข้าเก็บ และนำเงินออกใช้ ให้ว่าพระคาถานี้เท่ากับจำนวนที่สวดบูชาพระ เช่นปกติสวด ๗ จบเมื่อเงินเข้าเก็บก็ว่าพระคาถานี้ ๗ จบนะลูก”

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

อ.กฤษณะมาสายเขาอ้อได้อย่างไร

อ.กฤษณะมาสายเขาอ้อได้อย่างไร
ดังที่เคยเล่าว่าอ.กฤษณะ เห็นหนังสือลานโพธิ์ เห็นรูปอ.ทองเฒ่าลงหนังสือลานโพธิ์ เกิดศรัทธา กัดฟันซื้อหนังสือเล่มนั้น สมัยนั้นเจ็ดบาท สำหรับเด็กนั้นแรงมาก สมัยนั้นไปโรงเรียนได้แค่หกสลึง พอหลังจากนั้นไม่กี่ปี มาติดตามหนังสือมหัศจรรย์ ลงประวัติคุณพ่ออยู่เรื่อย ตอนนั้นอายุสิบหก อยู่ประมาณปีสองสาม อ.กฤษณะใครดังไปหมด ไปหาคุณพ่อชุม ไปเช่าแหวนมหาอุด กับแหวนมหาเสน่ห์ กับพระเราหยุดแล้ว ในจิตก็รู้ว่า คุณพ่อไม่ธรรมดา แต่วาสนาไม่มี เลยไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์
หลังจากนั้น ไปสำนักพ่อเที่ยง ยุคนั้น พ่อเที่ยงจะสักให้ศิษย์เก่าเท่านั้น ศิษย์ใหม่จะให้อ.ป่องเป็นคนลงเข็ม อ.กฤษณะเลยไม่เอา อ.เลยเบนเข็มไปหาอ.เจ็ก แต่พอไปงานไหว้ครูอ.เจ็ก ลูกศิษย์มีแต่คนเจ๋งทั้งงั้นเลย อ.กฤษณะเลยถอย ตอนนั้นปู่สีสำโรงดังมาก อ.กฤษณะก็ไปถึงสำนักท่าน เห็นเขาลองด้วยมีดโกนเลย ปรากฏว่าไม่เข้า แต่อาจารย์ช่วงนั้นอคติกับร่างทรง เลยไม่ลง หลังจากนั้น


ก็ว่างเว้นไปหลายปี จนอาจารย์ที่เคยไปหาล่วงลับไปหมด ไปเจอโฆษณาอ.ณรงค์ฤทธิ์ มาประกาศรับศิษย์ พอดีช่วงนั้น ใช้ไม้เท้าได้เวิรคมาก จึงไปสมัครเป็นศิษย์อ.ณรงค์ฤทธิ์ ตอนที่ไปลง ท่านเฉือนทั้งใบหู เฉือนทั้งคอ ทำเอาอ.กฤษณะใจเสีย ว่าเล่นลองขนาดนี้เลยเหรอ


ตอนที่ไปเรียนวิชากับอ.ณรงค์ฤทธิ์ แกก็พูดให้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน สมัยนั้นอ.กฤษณะ ยังบวชอยู่ อายุยังน้้อย พออาจารย์สอนมา ก็อดลองวิชาไม่ได้ แต่ไม่ได้ผล เพราะตอนนั้นเป็นพระอยู่ ใจมันไม่ไปเต็มร้อย มันจึงไม่เกิดผล แต่ปัจจุบันทำได้แล้ว แต่ความอยากได้ตรงนั้นก็ไม่มี ปัจจุบันอาจารย์ทำแต่โชคลาภ เพื่อเลี้ยงลูกเมียให้สุขสบายก็พอ

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

จตุรเทพ อ.ฆราวาส ในยุคหลังสองพันห้าร้อย

จตุรเทพ อ.ฆราวาส ในยุคหลังสองพันห้าร้อย
อาจารย์ทั้งสี่ท่าน จะมีชื่อเสียงมาก หลังปีสองพันห้าร้อย มีลูกศิษย์เป็นหมื่นขึ้น ศิษย์ของทั้งสี่ท่านนี้ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปว่า เหนียวจริงของจริง วัตถุมงคลของท่านทั้งสี่ เป็นที่ยอมรับของผู้คน เพราะสมัยนั้นคนไม่ค่อยนิยมของฆราวาส จะนิยมของแต่หลวงพ่อหลวงปู่ การที่วัตถุมงคลของท่าน สามารถเบียดแทรกขึ้นมาได้ ก็ด้วยประสบการณ์และความขลัง แอดมินจึงมีความภูมิใจที่จะนำเรื่องของท่านทั้งสี่มาเสนอ
๑.อ.ชุม ไชยคีรี เจ้าสำนักกุญแจไสยศาสตร์ ท่านเป็นศิษย์เขาอ้อ เรียนวิชาเขาอ้อจากต้นตระกูล และมาฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา เป็นอาจารย์เพียงท่านเดียว ที่พระอาจารย์เอียด อนุญาตให้ลองของได้ ท่านไม่ได้เป็นอาจารย์สัก แต่ใครได้ลงกระหม่อมด้วยเหล็กจารกับท่าน จะเหนียวยันตลอดชีวิต สัญลักษณ์ของสำนักท่าน คือไม้เท้ากายสิทธิ์ ที่ลูกศิษย์มักจะเหน็บติดตัว


๒.อ.เที่ยง น่วมมานา เจ้าสำนักบ้านมีดี ท่านเรียนวิชาจากหลายสำนัก วิชาที่ขึ้นชื่อของท่านคือ หมูทองแดง บัวคู่ ผ้าเช็ดหน้า ศิษย์สายนี้ถือว่าเหนียวจริง สัญลักษณ์ของสำนักนี้ ท่านจะสักรูปตัวเทาะว์และตัวทอ ที่มือใต้นิ้วโป้ง


๓.อ.เจ็ก สามแยกไฟฉาย ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ท่านจะไม่สักหมึก แต่จะลงด้วยน้ำมันที่หลัง ถ้าใครได้ลงทั้งเก้าครั้ง จะเหนียวยันกระดูก สายนี้ถือว่าเป็นสายเหนียวอีกสำนักหนึ่ง สัญลักษณ์ของสำนักนี้ จะเป็นธนูมือ ยุคแรกท่านจะสักเป็นลูกศร แต่ตอนหลังสักเหลือแค่จุดเดียว ตรงที่เดียวกับสายอ.เที่ยง


๔.อ.บุญรอด สุขแสงจันทร์ หรืออ.รอด บางกระปิ ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ปาน คลองด่าน ในแถวคลองด่านจะเรียกอ.รอดว่า อาจารย์เสือใหญ่ สำนักนี้จะดังมากเรื่องจิ้งจก ว่ากันว่า เสน่ห์แรงนัก แต่เรื่องทางคงก็ถือว่าเหนียวนัก สัญลักษณ์ของสำนักนี้ จะเป็นยันต์นะที่กระเดือก

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

ที่มากุมารของ อ.กฤษณะ ทั้งสี่รุ่น

ที่มากุมารของ อ.กฤษณะ ทั้งสี่รุ่น
มีคนอยากทราบมาก ว่ากุมารของอ.กฤษณะ ที่ว่าข้างบนให้มา คือเทพท่านใดประทานให้ เมื่อก่อน อ.กฤษณะกลัวท่านจะว่า จึงเพียงกล่าวว่าเทพผู้ใหญ่เป็นคนประทานมาให้ แต่หลังจากกุมารทุกรุ่น ล้วนแสดงอิทธิฤทธิ์ จนเป็นที่ประจักษ์ว่ามีฤทธิ์จริง อ.กฤษณะจึงขออนุญาตเปิดเผยที่มาเหล่ากุมารทั้งสี่รุ่น ซึ่งท่านก็อนุญาตให้เปิดเผยได้ แอดมินจึงยินดียิ่ง ที่จะได้เปิดเผยให้แฟนเพ็จ ได้รับรู้ด้วย
๑.กุมารรุ่นหนึ่งมีแปดตน ดังที่เคยเล่าแล้ว ว่าเทพผู้ใหญ่ท่านประทานให้ เทพผู้ใหญ่ท่านนั้นคือ ท้าวเวสสุวรรณ ผู้เป็นอธิบดีแห่ง อสูร ยักษ์ และภูติผี เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ แต่กุมารเหล่านี้ไม่ใช่บุตรของท่าน แต่เป็นมือขวาของท่าน เพราะฉนั้นกุมารรุ่นหนึ่ง พวกภูติผีจึงเกรงกลัวมาก เพราะพ่อเขาใหญ่


๒.กุมารรุ่นสอง มีสิบแปดตน เป็นพี่น้องกับกุมารรุ่นหนึ่ง แต่คนละแม่ แม่ของกุมารรุ่นนี้ จะเก่งไสยเวทย์มาก เพราะฉะนั้นกุมารรุ่นนี้เก่งวิชามาก ดังที่เคยเล่าให้ฟังว่า ไปถอนคุณไสยที่ตัวลูกศิษย์ที่ถูกคุณไสย และยังไปถอนคนทำ อัดวิชาใส่แม่หมอที่เพรชบูรณ์จนน่วม


๓.กุมารแดงแรงฤทธิ์ เป็นกุมารที่องค์พ่อพิฆเนศประทานมาให้ เป็นกุมารที่ฤทธิ์มาก ส่วนมากคนขออะไรมักสำเร็จ จะมีนิสัยแก่น ๆชอบคนที่เล่นกับเค้า กุมารแดงนี่ถ้ารักแล้วรักตายเลย ที่ตามตัวเขาที่มีขน อาจเป็นเพราะเขาเป็นบริวารพ่อพิฆเนศ จึงมีขนขึ้นที่ตัวก็ได้


๔.กุมารนิลพัท เป็นกุมารของหลวงปู่เอี่ยมให้มา กุมารนิลพัท รุ่นนี้อ.กฤษณะ ได้ขอองค์ปู่อิศวร ให้แสดงฤทธิ์ได้ไม่จำกัด จึงมีเรื่องราวของนิลพัทมาก เช่นบังเด็กไม่ให้พ่อแม่ไว้เป็นชั่วโมง เข้าแฝงเด็กขอขนมกิน ถ้าพูดถึงความแสบ คงไม่มีใครสู้นิลพัท

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

ทองคำที่แพงที่สุดในโลก

ทองคำที่แพงที่สุดในโลก
เจ้าคุณสนิท วัดท้ายตลาด ท่านมีลูกศิษย์เป็นเชื้อพระวงศ์เยอะ ว่ากันว่าวิชาลงนะหน้าทองของท่าน จะโดดเด่นทางเมตตามาก เนื่องจากท่านมีศิษย์เป็นใหญ่เป็นโต ท่านจึงนิยมสร้างของด้วยทองคำ จึงทำให้ปัจจุบันพระปรกมะขามของท่าน มีมูลค่าเล่นหากันหลักล้านขึ้น แอดมินจึงบอกว่าทองคำที่แพงที่สุดในโลก คือพระปรกมะขามทองคำ วัดท้ายตลาด
ท่านมีนามเดิมว่า “เงิน” เป็นชาวเขมร เกิดที่พระตะบอง ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อวันจันทร์ เดือน 3 แรม 7 ค่ำ ปีฉลู พ.ศ.2396 บิดาชื่อ อินทร์ มารดาชื่อ อิ่มบิดาเป็นคนใกล้ชิดของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุม อภัยวงศ์) ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง


พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนับเป็นสหชาติ ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานทักษิณานุปทาน ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบมาทุกคราว
อายุ 8 ปี เริ่มเรียนอักขระสมัยในสำนักพระธรรมโกษา วัดนรา ในเมืองพระตะบอง และ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี จนกระทั่งอุปสมบทโดยมีพระธรรมวงศา เป็นอุปัชฌาย์ แล้วมาศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ในสำนักพระธรรมเจดีย์(ทอง) วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ และในสำนัก พระยาพระธรรมปรีชา (ทิม) หลวงราชภิรมย์ (ต่าย) และอาจารย์คง แล้วเข้าแปลพระปริยัติธรรมที่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้งแรกแปลได้ 2 ประโยค แต่ตกประโยค 3 จึงหาได้เป็นเปรียญไม่


ช่วงที่อพยพเข้ามาเมืองไทย ท่านเดินทางมาด้วยเกวียน และขนทรัพย์สมบัติมาหลายเล่มเกวียน พร้อมกับพระภิกษุเขมรที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกองค์คือ หลวงพ่อคง วัดซำป่างาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยหลวงพ่อคง คุมทางหัวขบวนเกวียน ส่วนเจ้าคุณสนิทคุมท้ายขบวน


เจ้าคุณสนิทเป็นพระอยู่ในเมืองมาแต่เดิม คือเป็นพระฝ่ายคันถธุระ หรือ “คามวาสี” จึงสมัครใจเข้าไปอยู่วัดในเมืองกรุง ส่วนหลวงพ่อคงเป้นพระฝ่ายอรัญญวาสี หรือ “พระป่า”จึงสมัครใจอยู่ในวัดแถวหัวเมือง
ต่อมา ท่านได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น “พระครูปัญญาคฑาวุธ ตำแหน่งเจ้าคณะเมืองพระตะบอง กลับออกไปอยู่เมืองพระตะบอง แล้วเลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะที่ “พระปัญญาคฑาวุธ”
เมื่อพระอุดรคณารักษ์ (ชุ่ม) วัดพระเชตุพนฯ ได้เป็นเจ้าคณะมณฑลบูรพา จึงได้รับแต่งตั้งเป็น “พระสนิทสมณคุณ” ตำแหน่งผู้ช่วยคณะมณฑล


ภายหลังฝรั่งเศสคืนเมืองพระตะบอง เสียมราฐ แก่กัมพูชา เจ้าคุณสนิทไม่สมัครขึ้นกับกรุงกัมพูชา จึงพาคณะศิษย์อพยพเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ในคราวเดียวกับพระยาคทาธรธรณินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าอาวาสครองวัดโมลีโลกยาราม (วัดท้ายตลาด)


เจ้าคุณสนิท ได้ศึกษาวิชาแพทย์มาแต่เดิม จึงมีชื่อเสียงปรากฏมาตั้งแต่ก่อนเป็นพระครู แต่ยังไม่ทราบกันอย่างแพร่หลาย จนมาอยู่วัดท้ายตลาดชื่อเสียงจึงโด่งดัง เพราะสามารถรักษาโรคซึ่งหมอไทยและหมอฝรั่งรักษาไม่ได้กลับหายได้หลายราย มีผู้นิมนต์ไปรักษาไข้เสมอมิได้ขาด


ปัจจัยที่มีผู้ศรัทธาบูชาคุณ ท่านมิได้เก็บไว้เป้นส่วนตัว แต่นำไปปฏิสังขรณ์วัดจนมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นแทบทั่วทั้งพระอาราม จึงเป็นเหตุให้มีผู้เลื่อมใสในความประพฤติของท่านอย่างมาก


บั้นปลายชีวิตท่านอาพาธด้วยโรคภายในเรื้อรังมาช้านาน แต่ยังอุตส่าห์ไปรักษาผู้อื่นเสมอมา จนกระทั่งอาการทรุดโทรมลงโดยลำดับ และถึงกาลมรณภาพลงเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2463 สิริอายุได้ 68 ปี

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS:

สุดยอดแห่งความเหนียว อ.แปลก ร้อยบาง

10402757_720305894757959_5780826890053280884_n

สุดยอดแห่งความเหนียว อ.แปลก ร้อยบาง
เมื่อท่านอาจารย์แปลก ฯ มาพักพิงอยู่ที่วัดสพานสูง ในยุคนั้นชื่อเสียงกิติศักดิ์ของท่านขจรขจายตั้งแต่สมัยท่านบวชอยู่วัดท่าเกวียนแล้ว ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากที่เข้าไปหาท่านขอให้ช่วยสักยันต์ลงกระหม่อม การสักของท่านจะสักน้ำมัน รอยสักจึงมองไม่ค่อยเห็น รวดลายจะออกสีแดง ซึ่งต่างจากสำนักวัดสาลิโข ฯ ซึ่งหลวงพ่อจำปา ฯ สมภารวัดสาลิโข ฯ ท่านจะสักด้วยหมึกจึงมีสีออกดำแกมน้ำเงิน แยกศิษย์ทั้งสองสำนักด้วยสีและลายสักได้อย่างชัดเจน จึงมีการเรียกขานอุปมาอุปไมยว่า หลังแดงศิษย์วัดสพานสูง หลังดำศิษย์สาลิโข แต่มีศิษย์ส่วนน้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ท่านอาจารย์แปลก ฯ สักยันต์ที่ลำตัวให้ ส่วนใหญ่ท่านจะลงกระหม่อมให้มากกว่า พุทธคุณไปทางด้านคงกระพันชาตรี ส่วนบางคนที่ทำงานรับราชการหรือค้าขาย ที่ใช้ปากหาความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ลาภ ยศ สรรเสริญ ท่านก็จะสักลงนะให้ที่บริเวณเหนือริมฝีปากลอยต่อติดกับแก้ม ถ้าลงนะที่ด้านขวาใช้สำหรับเมตตาเข้าหาเจ้านาย เจรจาความ ผู้ที่ลงนะด้านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่หาความเจริญก้าวหน้า สร้างฐานะให้ร่ำรวย เจ้านายช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำชูให้ความเมตตา ลูกน้องเคารพศรัทธา ถ้าลงนะที่ด้านซ้ายใช้สำหรับเข้าหาเรื่องผู้หญิง (ผู้ที่สักนะด้านซ้ายส่วนใหญ่จะมีภรรยามาก) พูดเจรจากับผู้หญิงแล้วทำให้หลงใหลในคำพูด เป็นผู้มีเสน่ห์ประเภทหญิงเห็นแล้วหลง เห็นแล้วรัก ประเภทลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง
ส่วนการลงกระหม่อมของท่านอาจารย์แปลก ฯ นั้น ถือว่าขึ้นชื่อลือนามเป็นที่ยอมรักกันมากทางด้านคงกระพันชาตรี เพราะท่านเป็นฆราวาสจึงสามารถที่จะลองของหลังเสร็จการลงกระหม่อมทันที เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ถวายตัวเป็นศิษย์ จึงไม่ผิด ไม่เข้าข่ายอวดอุตริมนุษย์ธรรมตามพระธรรมวินัย ปัจจุบันชื่อของท่านอาจารย์แปลก ฯ ก็ยังคงเล่าขานจากคนเก่าคนแก่ย่านวัดสะพานสูงอยู่จนทุกวันนี้ การทดสอบพุทธคุณหลังลงกระหม่อมของท่านอาจารย์แปลก ฯ นั้น ท่านมีสิ่งของสำหรับทดสอบว่าหลังจากท่านทำพิธีลงกระหม่อมให้แล้ว มีพุทธคุณเพียงพอหรือไม่ มีอยู่ ๓ ชนิด คือ ๑. มีดโกน ๒. มีดดาบ ๓. ไม้ลวกเหลาปลายแหลมเผาไฟ วิธีการของท่านก็คือ หลังเสร็จพิธีลงกระหม่อมถ้าอยู่ใกล้ตัวท่าน ระหว่างที่ลูกศิษย์กำลังไม่ระวังตัว ท่านจะหยิบมีดโกนกรีดไปตามลำตัวจนแดงเป็นรอยแนวทางยาว แต่ก็มีลูกศิษย์ที่รู้กิติศัพท์ของท่านและเตรียมตัวมีการระวังตัวตลอดเวลา

เมื่อรู้ว่าเสร็จพิธีก็จะรีบถอยห่างไม่ให้ท่านอาจารย์แปลก ฯ ใช้มีดโกนกรีดตามลำตัว เพราะใจกลัว ๆ กล้า ๆ ท่านอาจารย์แปลก ฯ ก็จะใช้มีดดาบที่อยู่ใกล้ตัวหยิบมาฟันกลางหลังทันที เสียดังของมีดที่กระทบหลังจะได้ยินชัดจนหลังแอ่น ที่เจ็บตัวมากที่สุดก็เห็นจะเป็นผู้ที่กลัวมาก ๆ แต่ก็อยากจะให้ท่านลงกระหม่อมให้ พวกนี้จะใช้ความเร็ว รีบวิ่งหรือกระโดดหนี แต่ความไวไม่ทันท่านอาจาย์แปลก ฯ ท่านหยิบไม้ลวกเหลาปลายแหลมเผาไฟ พุ่งไปที่กลางหลังอย่างรวดเร็วและรุนแรง เมื่อโดนที่หลังแล้ว หลังแอนทุกรายจะมีความเจ็บปวดอย่างมาก แต่เมื่อเห็นว่าไม้ลวกหล่นตกอยู่ที่พื้น ไม่ปักหลังก็ใจชื้น เกิดความมั่นใจสูงมากว่าตนเองนั้นคงกระพัน สำหรับการลองของหลังเสร็จพิธี หรือได้รับวัตถุมงคลจากท่านอาจารย์แปลก ฯ เห็นจะมีการพูดคุยกันในหมู่ผู้สูงวัยในย่านวัดสะพานสูงมากที่สุด เห็นจะไม่ใครเกินตาเล็ก (ลูกหลวงญาณ โหนหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๕ – ๗ (ลูกศิษย์ท่านหลวงปู่เอี่ยม)) เป็นผู้ที่ได้รับประสบการณ์ที่ท่านอาจารย์แปลก ฯ จัดให้เต็ม ๆ เนื่องจากตาเล็กแก่เกิดในพระนคร ได้รับการศึกษาในพระนคร เป็นคนหัวสมัยใหม่ ในคลองพระอุดมแถววัดสะพานสูง ไม่มีใครที่จะมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยเท่ากับตาเล็ก กล่าวกันว่าแกมีเรือเฟอรารี่ที่ทันสมัยที่สุด ในยุคนั้นถึงขนาดบริษัทบุญรอด ฯ ได้ให้คนมาติดต่อให้แก่ไปเป็นทีมงานเรือแข่งของบริษัท ฯ แต่แก่ปฏิเสธ ปกติตาเล็กแกเป็นนักสะสมของแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่คนอื่นเขาไม่มีกัน เช่นปืนเล็ก ปืนยาว โดยเฉพาะปืนของฝรั่งสมัยก่อนถ้าเขาสร้างครบ ๑,๐๐๐ กระบอก หรือ ๑๐,๐๐๐ กระบอก เขาจะมีกระบอกพิเศษ ๑ กระบอก คล้าย ๆ พระคะแนน ตาเล็กแกก็จะซื้อหาปืนประเภทนี้มาใช้ หรือแม้กระทั่งกล้องถ่ายรูป ตาเล็กก็เป็นคนเดียวในย่านคลองพระอุดมที่มีกล้องส่วนตัวไว้ใช้ ภาพของท่านอาจารย์แปลก ฯ ทั้งภาพที่นั่งถอดเสื้อนุ่งโสล่งเอาผ้าขาวม้าพาดบ่า หรือภาพที่ใส่เสื้อสีขาวก็เป็นฝีมือของตาเล็กเป็นผู้ถ่ายให้กับท่านอาจารย์แปลก ฯ ที่วัดสะพานสูง ถือว่าเป็นหนึ่งเดียวเหนือกว่าใคร หลังจากแก ได้มาบวชในสมัยที่ท่านอาจารย์แปลก ฯ มาพักพิงที่วัดสะพานสูง พระเล็กก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าท่านอาจารย์แปลก ฯ

เป็นอาจารย์สักยันต์ ลงกระหม่อม มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย พระเล็กเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย ไร้สาระ ประกอบกับแก่เป็นพระหนุ่มไฟแรง มีการศึกษา จึงปรามาสไม่ให้ความนับถือ ลบหลู่ แกล้งท่านอาจารย์แปลก ฯ ด้วยวิธียืนปัสสาวะที่กุฏิตนเองหันหน้าไปทางกุฏิท่านแปลก ฯ ทุกเช้าเมื่อเห็นท่านอาจารย์แปลก ฯ นั่งสูบบุหรี่ยาเส้นมวนด้วยใบตองมวนโต ส่วนท่านอาจารย์แปลก ฯ ท่านก็มิได้แสดงออกหรือมีปฏิกิริยาใด ๆ ทั้งสิ้น คงนั่งมองเฉย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนในใจของท่านนั้นไม่มีใครทราบว่าท่านคิดอะไรอยู่ จนวันหนึ่งสบโอกาส ตาเล็กแก่อดรนทนไม่ไหว กระทำด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แล้วยังเฉยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากท่านอาจารย์แปลก ฯ พระเล็กจึงแกล้งเอยปากขึ้นว่า “อาจารย์มีของดีอะไรบ้างเล่า เห็นมีลูกศิษย์มาหากันมากมายเหลือเกิน ขอผมสักอย่างซิ” ทันใดนั้นท่านอาจารย์แปลก ฯ จึงหยิบตะกรุดแกล้งโยนไปหน้ากุฏิ แล้วเอยปากขอแรงให้พระเล็ก ช่วยหยิบให้หน่อย พระเล็กก็แกล้งตีสนิทหวังจะหาโอกาสจับผิดปรามาสท่านอาจารย์แปลก ฯ อยู่แล้ว จึงได้ก้มลงหยิบของชิ้นนั้น ทันทีที่มือหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา ท่านอาจารย์แปลก ฯ จึงใช้ไม้ลวกเหลาปลายแหลมเผาไฟพุ่งใส่ด้วยความเร็วและรุนแรง โดนเข้าที่สีข้างพระเล็ก ถึงกับหลังแอ่น อารามตกใจและเจ็บสีข้างผสมกับความกลัวไม้จะปักเข้าที่ตัว จึงตะโกนด่าออกไปว่า “ค..แน่อย่างนี้ถ้าพลาดก็ตายซีวะ” แต่เมื่อเห็นว่าไม้ลวกไม่ระคายผิวและสติเริ่มมา จึงแบมือออกพิจารณาเห็นของสิ่งนั้นคือตะกรุด จึงคิดขึ้นได้ว่าคงเป็นเพราะพุทธคุณแห่งตะกรุดดอกนี้แน่นอน ความคิดจึงเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม และเอยปากขอตะกรุดดอกนั้นจากท่านอาจารย์แปลก ฯ ซึ่งท่านอาจารย์แปลก ฯ จึงเอยปากออกตอบไปว่า “ของผมไม่ดีท่านเอาไปก็ไม่มีประโยชน์” พระเล็กก็ตอบกลับไปว่า “ถ้าไม่ดีไม้ลวกปลายแหลมนี้คงเสียบทะลุท้องผมไปแล้วซิอาจารย์” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระเล็กก็จัดดอกไม้ธูปเทียนถวายตัวเป็นศิษย์และให้ท่านอาจารย์แปลก ฯ ลงกระหม่อมให้ หาฝาบาตรมาให้ลงตะกรุดให้ การลงของพระเล็กนั้นไม่ธรรมดา แก่จะขอให้ท่านอาจารย์แปลก ฯ ลงให้จนเป็นที่พอใจ เรียกว่า “เจ็ดเสาร์เก้าอังคาร” คือถ้าลงกระหม่อมก็ลงทุกวันเสาร์จนครบเจ็ดครับ และลงวันอังคารจนครบเก้าครั้ง ตามตำราของท่านอาจารย์แปลก ฯ

ถือว่าสุดยอดแล้ว การลงกระหม่อมหรือนำแผ่นฝาบาตรมาให้ท่านลงตะกรุดต้องเตรียมดอกไม้เจ็ดสี หัวหมู ข้าวปากชาม พร้อมเงิน ๖ บาท เหล้าขาวหรือเหล้าโรง ๑ ขวด นั่นคือครั้งแรก แต่ครั้งต่อไปไม่ต้องจัดของมาถือว่ายกครูแล้ว หรือถ้าเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ก็ใช้แค่ชุดเดียวกันได้ ในชีวิตของตาเล็กหลังจากสึกออกมาในสมัยยุคต้นของหลวงพ่อทองสุข ฯ จนสิ้นบุญ เท่าที่ทราบ ร่างกายของท่านไม่เคยมีอะไรมาทำให้ระคายผิวแม้แต่น้อย ซึ่งก็มีเรื่องเล่าตอนที่วัดสพานสูงทำเขื่อนไม้กันดินหน้าวัดริมคลองพระอุดมในยุคหลวงพ่อทองสุข สมัยนั้นต้องใช้สามเกลอตอกเสาไม้ที่จะทำเป็นหลัก การตอกต้องตอกในน้ำริมคลองหน้าวัด พระเล็กแกเป็นพระหนุ่ม ก็ขันอาสาเป็นผู้คอยประคองเสาอยู่ในน้ำ ปล่อยให้พระหนุ่มอีกสี่รูปยกสามเกลอขึ้นตอกเสา ระหว่างตอกอยู่ในคลองสามเกลอก็โดนทั้งน้ำทั้งโคลนทำให้รื่นตอกพลาดสามเกลอแฉลบเฉี่ยวไปโดนหัวแต่โดนบ่าด้านหลัง ทั้งสามเกลอและพระเล็กตกน้ำจมหายไป น้ำก็เชี่ยวไหลแรง พระเณรต่างตกใจร้องเอะอะโวยวายกันวุ่นวาย สักพักพระเล็กก็โผล่หัวขึ้นมา เมื่อช่วยกันพยุงขึ้นตลิ่งก็พบว่าที่หัวปูด บริเวณไหล่เขียวแดงเป็นทางยาว แต่ไม่มีเลือดออกแม้แต่น้อย จากเหตุการณ์วันนั้นต่างคาดคะเนว่าตาเล็กโดนไปเต็ม ๆ ถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต แต่กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ พระเล็กก็เป็นปกติ ซึ่งแก่ก็บอกกับท่านอาจารย์แปลก ฯ ว่าเป็นเพราะพุทธคุณที่อาจารย์ลงกระหม่อมให้กระผม จึงไม่เป็นอะไร ปัจจุบันตาเล็กสิ้นบุญไปแล้วประมาณ ๓ ปี ด้วยโรคตอมลูกหมากอักเสบ ถือว่าไม่ตายโหงตามคำพูดของท่านอาจารย์แปลก ฯ ว่าศิษย์ทุกคนที่ลงกระหม่อมหรือสักให้จะไม่ตายโหง และจากคำบอกเล่ากันต่อ ๆ มาจากบรรดาลูกศิษย์ที่ท่านอาจารย์แปลก ฯ สักหรือลงกระหม่อมให้ไม่มีใครตายโหงเลย

 

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากศิษย์หลวงพ่อเกิด

นะเข้าหา สุดยอดมหาเสน่ห์ ของพ่อแผน

นะเข้าหา สุดยอดมหาเสน่ห์ ของพ่อแผน
วิชานะเข้าหา คุณพ่อชุมได้มาตอนสร้างพระขุนแผน๒๔๙๗ ดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ของพ่อแผน ได้มาประทับทรง และได้วิชานะเข้าหาแก่คุณพ่อชุม และให้คุณพ่อชุมนำยันต์นะเข้าหามาประทับด้านหลังพระขุนแผนที่สร้าง
วิชานะเข้าหา ศิษย์สำนักกุญแจไสยศาสตร์ ทั้งลูกศิษย์คุณพ่อชุมและอ.ณรงค์ฤทธิ์ ล้วนแต่ใช้คาถานี้ทั้งสิ้น ถิอว่าเป็นวิชาหลักบทหนึ่ง มีศิษย์อ.ณรงค์ฤทธิ์ท่านหนึ่ง ขอสงวนนาม เพราะปัจจุบันท่านเป็นอาจารย์ท่านหนึ่งในวงการไสยศาสตร์ เมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น ได้ไปทานอาหารกับเพื่อนนักเรียนที่เป็นผู้หญิง พอดีวันนั้นเพื่อนคนนั้นชวนเพื่อนอีกคนมาทานด้วย หน้าตาสะสวยมาก พอทานข้าวเสร็จนั่งคุยกัน เพื่อนคนที่สะสวยนำน้ำหอมออกมาอวด และส่งให้ลูกศิษย์อ.ณรงค์ฤทธิ์ดมดู พอจับน้ำหอมนั้น วิชานะเข้าหาที่ฝึกไว้ได้วิ่งเข้าไปน้ำหอมนั้น พอพรุ่งนี้ เพื่อนนักเรียนโทรมาหาว่าเธอไปทำอะไรเพื่อนชั้น มันนอนร้องไห้ทั้งคืน บอกว่าคิดถืงแก ลูกศิษย์อ.ณรงค์ฤทธิ์ จึงเดินทางไปถอนวิชาให้
วิชานะเข้าหาถ้าฝึกถึงจะรุนแรงมาก อ.กฤษณะจึงนำคาถานะเข้าหามาเสกพระขุนแผนแสนสะท้านด้วย พระขุนแผนแสนสะท้านของอ.กฤษณะ เมื่อคนที่นำไปใช้ล้วนบอกว่า เรื่องเมตตามหานิยมถือว่าสุดๆ

 

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

แอพสำหรับ IOS: